Email This Print This 

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
และกรรมการผู้จัดการใหญ่

ปี 2558 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ 133 ของ บีเจซี ที่ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ในยุคแห่งการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ที่ประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ ต่างรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนอย่างแข็งขัน และสำหรับบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี ได้มุ่งเน้นการขยายตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิด AEC ในปี 2558 ที่ผ่านมาอย่างเต็มที่ โดยการรุกเข้าไปในตลาด VCL ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา และ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นตลาดสำคัญ

ตลอดเวลา 133 ปี บีเจซี ยังคงมุ่งมั่นในปณิธานการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใสด้วยหลักบรรษัทภิบาล และด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทชั้นนำของคนไทย ที่มุ่งสร้างสรรค์และส่งมอบสินค้าและบริการที่เป็นเลิศเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่ใช่เพียงเฉพาะในประเทศไทย แต่วันนี้ได้ก้าวไกลสู่ระดับภูมิภาคด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร คือ ครอบคลุมธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ บีเจซี ตั้งเป้าในการเป็นบริษัทที่ดีในภูมิภาคอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในภูมิภาคให้เติบโตก้าวหน้า เป้าหมายของ บีเจซี ในระดับภูมิภาคคือการสร้างเครือข่ายการกระจายสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพโดย บีเจซี จะเป็นผู้นำการดำเนินธุรกิจในแต่ละประเทศและพร้อมที่จะเชื่อมโยงเครือข่ายดังกล่าวรวมถึงทุกส่วนในแต่ละ Supply Chain ให้มีความสอดคล้อง เชื่อมโยง ส้มพันธ์และเกื้อหนุนกันในอนาคต ตามยุทธศาสตร์ที่เราเรียกว่า "Single Platform" ซึ่งจะสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันให้กับบีเจซีเป็นอย่างมาก

ปี 2558 เป็นอีกปีที่ บีเจซีได้ขยายกำลังการผลิตในสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ซึ่งนับเป็นต้นน้ำ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ไทย มาลายา กลาส จำกัด ได้สร้างโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วแห่งที่ 2 (TMG 2) ขึ้น เมื่อปลายปี 2558 ที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งปัจจุบันบีเจซี มีโรงงานผลิต 3 แห่ง รวมทั้งสิ้น 8 เตาหลอม และมีกำลังการผลิตรวม 2,735 ตันต่อวัน และบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อครองความเป็นผู้นำในการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนั้น ยังได้ร่วมกันคิดสร้างสรรค์ วิจัยพัฒนาค้นคว้าหาวิธีการที่ดีที่สุด ในการผลิตขวดแก้วเขียวมรกตที่พร้อมด้วยคุณภาพ ความแข็งแรง ปลอดภัย สวยงามและความละเอียดประณีต ด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานทั้งด้านชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม จนประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เพียงรายเดียวที่สามารถผลิตขวดแก้วเขียวได้ นับเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งของผู้บริหารและทีมงานที่ร่วมก้าวข้ามความท้าทายมาได้อย่างเต็มภาคภูมิ

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของการดำเนินธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน สอดคล้องกับการเปิดประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ที่นับเป็นการเริ่มต้นความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่น่าจับตามองและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่า ตลาดภูมิภาคอาเซียนกำลังเติบโตภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวมตัวกันภายใต้ AEC นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ บีเจซี ได้มีการขับเคลื่อนบริษัทเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการผลิตและการกระจายสินค้า ซึ่งเป็นส่วนกลางน้ำ ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในภูมิภาคอาเซียน

ในปี 2558 บีเจซี รุกตลาดค้าปลีกซึ่งเป็นส่วนปลายน้ำ โดยการเปิดศูนย์การค้า เอ็มเอ็ม เมก้า มาร์เก็ต (MM Mega Market) ซึ่งดำเนินการภายใต้ บริษัท ทีซีซี โลจิสติกส์แอนด์แวร์เฮ้าส์ จำกัด (TCCLW) เพื่อรองรับตลาดการค้าชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยในปี 2558 เปิดทำการแล้ว 2 สาขา คือ สาขาแรก ที่จังหวัดหนองคาย รองรับตลาดการค้าชายแดนไทย-ลาว และสาขาที่ 2 ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อรองรับตลาดการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา โดยนำเสนอแนวคิดใหม่ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่าง Cash & Carry และ Retails & Mall นับเป็นอีกหนึ่งศักยภาพของธุรกิจของคนไทยโดยคนไทย เพื่อในที่สุดเราจะก้าวสู่เป้าหมาย ความเป็น "ห้างคนไทย ในใจคนท้องถิ่น" โดยทั้งสองสาขาที่เปิดดำเนินการไปในปี 2558 ได้รับความสนใจเข้ามาจับจ่ายใช้สอยกันเป็นจำนวนมาก ทั้งจากผู้บริโภคชาวไทยและจากประเทศเพื่อนบ้าน และมีแผนจะดำเนินการเปิดสาขาอีกไม่น้อยกว่า 15 สาขา ภายในปี 2562 โดยเฉพาะในจังวัดชายแดนและหัวเมืองใหญ่ รวมทั้งในกรุงเทพมหานคร

วันนี้ บีเจซี มีพนักงานกว่า 12,000 คน ทั้งในประเทศและภูมิภาค ในด้านทรัพยากรบุคคล บีเจซี จึงให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรให้พร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่มีการรวมตัวกันภายใต้ AEC ดังนั้นการผสานกันอย่างลงตัวของบุคลากรบีเจซี ที่ประจำอยู่ในทุกประเทศ ได้มีการผสานความต่างได้ย่างสอดคล้องและลงตัว เพื่อบรรลุสู่เป้าหมายเดียวกัน นั้นคือ ความสำเร็จขององค์กร บุคลากรของบีเจซีได้มีโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศในภูมิภาคที่เรามีฐานการผลิตและเปิดดำเนินธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากการเป็นบริษัทชั้นนำในการดำเนินธุรกิจแล้ว บีเจซี ยังให้ความสำคัญและใส่ใจกับการตอบแทนคืนสู่สังคมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาและการเติบโตร่วมกันอย่างครบวงจรและยั่งยืน โดยกำหนดแนวทางในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) โดยมีกรอบแนวคิดหลัก 3 ด้าน คือ

1. การยกระดับการศึกษาและพัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้สอดคล้องกับหลักการดำเนินการธุรกิจแบบครบวงจรเช่นเดียวกัน กล่าวคือ ครอบคลุมทั้ง ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
ต้นน้ำ บีเจซีได้ดำเนินการสนับสนุนและยกย่องเชิดชู ให้กำลังใจแก่ครูไทย ซึ่งเป็นต้นทางของการศึกษาภายใต้โครงการ "บีเจซี ครูไทยของแผ่นดิน"
กลางน้ำ บีเจซี ได้สนับสนุนหน่วยงาน สถาบันการศึกษา เพื่อเป็นแหล่งผลิตบุคลากรคุณภาพสู่สังคม อาทิ โครงการ Remote School สร้างอาคารเรียน ห้องสมุด ให้แก่โรงเรียนในต่างจังหวัดที่ขาดแคลน
ปลายน้ำ บีเจซีได้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชน เพื่อการเปิดโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาตนเองให้เป็นกำลังหลักของประเทศชาติในอนาคต อาทิ โครงการ"ปลูกต้นกล้า รักษาดินแดน" ที่มีการเปิดรับนักศึกษาวิชาทหารเข้าทำงาน ฝึกงาน และมอบทุนการศึกษา โดยเป็นโครงการความร่วมมือกับกองทัพบกและหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และการมอบทุนการศึกษามูลนิธิ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ การมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงาน ของมูลนิธิ เบอร์ลี่ เป็นต้น

2. การยกระดับคุณภาพชีวิตและครอบครัว ในด้านสาธารณสุข บีเจซี ยังได้มอบเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator : AED) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยชีวิตผู้ที่เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลันได้เป็นอย่างดี ใช้งานง่าย และสะดวกต่อการพกพา ให้แก่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และหน่วยงานต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในหน่วยงานต่อไป

3. งานสนับสนุนด้านชุมชน สังคม และความมั่นคงของประเทศ อาทิ โครงการ วอลเลย์บอลคัพ รวมใจเยาวชนนาวิกโยธิน กองทัพเรือ จ.นราธิวาส เพื่อพัฒนาทักษะทางกีฬาและสร้างพลังสามัคคี โครงการสวดมนต์และนั่งสมาธิ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ร่วมกับหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองทัพอากาศ เป็นต้น

หากเปรียบ บีเจซี เป็นต้นไม้ ก็นับเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุยืนยาว 133 ปี ที่มั่นคงแข็งแกร่ง หยั่งรากลึกให้ร่มเงาตลอดมา เพราะการสั่งสมประสบการณ์ในอดีต ก่อให้เกิดความแข็งแกร่งของต้นไม้ต้นนี้ ที่ได้แผ่กิ่งก้านสาขาอันอุดมสมบูรณ์ ที่หล่อเลี้ยงด้วยค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่ทรงคุณค่าและเป็นหลักปฏิบัติขององค์กรเพื่อการดำเนินธุรกิจและการตอบแทนคืนแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนเสมอมา

ผมในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ใคร่ขอขอบพระคุณผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจและพนักงานกว่า 12,000 คน ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของ บีเจซี ด้วยดีเสมอมา และเราพร้อมที่จะเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 134 อย่างมั่นคง เพื่อนำพาบริษัทของคนไทยไปสู่ตลาดโลก และส่งมอบผลตอบแทนที่คุ้มค่าแก่ทุกท่านอย่างเต็มกำลังความสามารถบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และการเป็นองค์กรที่ดีของประเทศชาติ สังคม เพื่อเกื้อกูลพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันด้วยความรัก ความเข้าใจ

สุดท้ายนี้ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก โปรดได้คุ้มครองให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเพื่อพร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกันกับเรา